คณัสอันณ์คอลัมนิสต์

บัตรพลังงาน

“การ์ดพลังงานลวงโลกกลับมาหลอกขายอีกแล้วครับ คราวนี้ไม่ใช่แค่หลอกว่าเอาไปแปะแล้วจะประหยัดค่าไฟฟ้า ค่าแก๊ส ค่าน้ำมันได้เท่านั้น พัฒนาการหลอกไปถึงขั้นเอาไปจุ่มน้ำมนต์รักษาโรคได้แล้วด้วยครับ

…ไม่น่าหลงเชื่อกันง่าย ๆ เลย”

สเตตัส หรือ สถานะบนเฟซบุ๊กของอาจารย์มหาวิทยาลัยคนหนึ่ง ที่ถูกแคปเจอร์ภาพแล้วส่งมาให้ป้าศรีผ่านทางไลน์ ทำให้ป้าศรีต้องหยุดอ่านขณะนั่งฟังการบรรยายถึงสรรพคุณบัตรสมาร์ทการ์ดบนชั้นสองของร้านทำผมภายในอำเภอแห่งหนึ่ง

“แรกทีเดียวผมก็เหมือนลุงป้าน้าอาทุกท่านในห้องนี้แหละครับ ไม่เชื่อ ! บ้าไปแล้ว โธ่..ถังกะละมังแตก เอาบัตรหน้าตาเหมือนบัตรเอทีเอ็มมาแตะตามตัวแล้วจะหายจากอาการเจ็บปวดต่างๆ อมพระมาพูดก็ไม่เชื่อหรอก แต่พอคนที่เขาแนะนำผมขายบัตรให้จากราคา 1,500 เหลือแค่ 500 ผมก็คิดเอาน่ะ ลองดูไม่เสียหลาย อาการปวดเข่าที่เป็นอยู่อาจจะหาย แล้วเชื่อไหมครับทุกคน ! วันเดียวเท่านั้น ผมลองเอามาแตะที่หัวเข่าตรงที่ปวด หายปลิดทิ้งเลย หายเหมือนชีวิตนี้ไม่เคยปวดหัวเข่ามาก่อนครับพ่อแม่พี่น้อง…”

ป้าศรีเหลียวมองรอบๆ กาย คนส่วนมากที่มาฟังการบรรยายซึ่งถูกจัดขึ้นโดยดวงใจ เจ้าของร้านทำผมประจำอำเภอ ผู้เปรียบเสมือนหอกระจายข่าว แพร่กระจายข่าวได้เร็วกว่าอินเทอร์เน็ต 4G ที่โฆษณากันซะอีก ล้วนเป็นคนในวัยเดียวกันกับนาง

วัยที่ผู้บรรยายเรียกลุงๆ ป้าๆ นั่นแหละ

ภาพของผู้บรรยายหนุ่มตรงหน้าทำให้ป้าศรีนึกถึงภาพผู้แทนพรรคการเมืองที่มักปราศรัยก่อนการเลือกตั้ง แล้วหายวับไปกับสายลม แม้แต่ในรัฐสภาก็ไม่เคยเห็น เป็นการนึกถึงที่มาพร้อมกับคำถาม ความลังเลใจ ความหวั่นกลัว

ใช่ ! ป้าศรีกลัวถูกหลอกอีกครั้ง แต่อาการปวดข้อก็รุมเร้าเหลือกำลังในยามค่ำคืน ยิ่งเฉพาะหน้าหนาวด้วยแล้ว ป้าศรีไม่อยากทนเจ็บลำพัง ไหนจะลูกที่ไปทำงานกรุงเทพฯ แล้วไม่ยอมกลับมาเยี่ยมแม่ชราที่อยู่อย่างโดดเดี่ยวกับไร่นาที่ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะถูกนายทุนจากจีนมากว้านซื้อ

ป้าศรียังอยากทำนา แต่เงินที่จะนำมาข้างรถไถหว่าน รถเก็บเกี่ยวก็ร่อยหรอจากการถูกกดราคารับซื้อ แล้วจะให้ฉันทำยังไงล่ะอาจารย์ ชาวบ้านไม่ได้โง่กันหรอกหนา แต่ฉันไม่รู้จะพึ่งใคร

อาจารย์ช่วยฉันได้ไหมเล่า ?

แล้วก็ถึงคิวนางดวงใจขึ้นพูด นำเสนอต่างๆ ว่าบัตรพลังงานที่ตนได้มาในราคา 500 นี้ สามารถช่วยรักษาโรคต่างๆ ได้จริง รวมถึงนำไปใส่ในแก้วน้ำอุ่นๆ ก็ยังช่วยแก้อาการปวดหัว ไม่สบายได้อีกด้วย

“…จริงอยู่ เรามีบัตรทองกันทุกคน แต่กว่าเราจะไปถึงรพสต. ไปถึงโรงพยาบาล จะดีกว่าไหมล่ะ ถ้าเรามีบัตรนี้ช่วยตัวเองตอนฉุกเฉินก่อน สมัครกันเถอะจ้ะ ลงทุนกันในวันนี้แค่คนละ 1,000 จะได้บัตรพลังงานกันไปคนละสิบใบ ทุกคนสามารถเอาไปขายได้ในราคาใบละห้าร้อย คิดดูนะจ๊ะ ใบละร้อยเชียว ถูกกว่าที่ฉันได้มาอีก และถ้าใครสามารถชักชวนคนอื่นๆ ในหมู่บ้านเข้ามาเป็นสมาชิกได้ ก็จะได้อีกหัวละร้อยบาท ร้อยบาทเลยนะ ! สิบคนก็ได้พันบาทแล้ว !! แค่คนละ 1,000 เท่านั้น ถูกกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว รักษาได้สารพัด นำไปขายต่อยังได้กำไรอีก เอ้า ๆๆ ป้านวล ลุงอาด มือหยิบกระเป๋าเงินออกมาแล้ว คนอื่นๆ เล่า ชักช้าทำไมจ๊ะ มาๆๆ”

ป้าศรีก้มมองภาพในหน้าจอโทรศัพท์มือถือที่ลูกซื้อให้รวมถึงสอนวิธีใช้

“ไว้คุยติดต่อเห็นหน้ากันนะแม่นะ หรือแม่จะคุยกับคนอื่นๆ ก็ได้นะจ๊ะแม่”

แต่ลูกแทบไม่เคยติดต่อแม่ และป้าศรีก็มีเพื่อนพูดคุยแค่เฉพาะคนในห้องนี้ ซึ่งตอนนี้ต่างกำลังมองหน้ากันและกันไปมา ยิ้มเศร้าๆ ให้กับอะไรไม่รู้ ที่ป้าศรีก็หาคำตอบให้ตัวเองไม่ได้ ครั้นแล้ว แต่ละคนค่อยๆ หยิบกระเป๋าเงินของตัวเองออกมา บางคนไม่มีกระเป๋า แต่ใช้วิธีเก็บเงินในถุงพลาสติกม้วนแล้วรัดด้วยหนังยาง คลี่แบงก์หนึ่งพันบาทออกมา ยื่นให้ดวงใจ ไม่ก็นายหน้าหนุ่มคนนั้น

ป้าศรีนึกถึงอาการปวดทุรนทุรายของตัวเองในยามค่ำคืน นึกถึงความโดดเดี่ยว แล้วน้ำตาซึมเล็กน้อย

“เอ้า ! ป้าศรี นั่งงงอะไรล่ะจ๊ะ คนอื่นซื้อกันหมดแล้วนะป้า !” ดวงใจร้องทักพลางยิ้มหน้าแฉล้ม ป้าศรียิ้มตอบ พยายามซ่อนน้ำตา

“จ้ะ ๆๆ หยิบเดี๋ยวนี้แหละ” แล้วป้าศรีก็คลี่แบงก์หนึ่งพันบาทยับๆ ของตนเอง แล้วยื่นส่งให้คนที่รู้ทั้งรู้ว่ากำลังหลอกลวงตนอยู่

พบว่าไม่เพียงชาวบ้านศาลาธรรมเท่านั้นที่ซื้อขายบัตรสมาร์ทการ์ด หรือที่ชาวบ้านเรียกว่าบัตรพลังงาน ยังมีอีกหลายหมู่บ้านก็มีบัตรลักษณะเดียวกันนี้ และหลายคนไม่เชื่อว่าบัตรนี้จะสามารถรักษาอาการเจ็บป่วยต่างๆ ได้

จึงอยากให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องลงมาตรวจสอบ เพื่อไม่ให้มีผู้เสียหายจากกรณีนี้เพิ่มขึ้น

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *